การระลึกชาติคืออะไรและทําอย่างไร ถึงระลึกชาติด้ด้วยตัวเอง

การเวียนว่ายตายเกิด ตามคําสอน ของพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งมีจริง

การเวียนว่ายตายเกิด

การเวียนว่ายตายเกิด ไม่ใช่ตายแล้วสูญหรือตาย แล้วเกิดตามแบบอารมณ์เกิดดับอย่างที่บางคนเข้าใจเป็นปัญหาใหญ่และเก่าแก่ปัญหาหนึ่งที่ชาวโลกถกเถียง กันมา ทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ดี ปัญหานี้เมื่อสรุป

แล้วมีสาระสําคัญดังนี้ เชื่อว่าตายแล้วสูญ

  1. เชื่อว่าตายแล้วเกิดและวิญญาณเที่ยง คือ เคยเกิดเป็น อะไร ก็เกิดเป็นสิ่งนั้นตลอดไป
  2. เชื่อว่าตายแล้วเกิดและวิญญาณไม่เที่ยง จะเกิดเป็นอะไร ก็ได้แล้วแต่กรรมที่ทําไว้ ความเชื่อในข้อ 3 นี้เป็นความเชื่อของชาว พุทธและฮินดูทั่วๆ ไป

การเวียนว่ายตายเกิดตามคําสอนของพระ พุทธศาสนาเป็นสิ่งมีจริง ไม่ใช่ตายแล้วสูญหรือ ตายแล้วเกิดตามแบบอารมณ์เกิดดับอย่างที่บาง คนเข้าใจ และพยายามเผยแพร่ให้ผู้อื่นเข้าใจดัง ความคิดเห็นของตน

จริงอยู่คําสอนของพระพุทธศาสนาที่ได้กล่าวถึงเรื่องการ เวียนว่ายตายเกิดนั้นไม่ใช่สาระสําคัญที่จะทําให้หลุดรอดพ้นหรือ ชําระจิตให้บริสุทธิ์ได้ แต่ก็เป็นรากฐานสําคัญที่จะปูพื้น ให้จิตมีศีลธรรมและเชื่อในกฎแห่งกรรม ซึ่งเป็นอุบาย วิธีหนึ่งที่จะให้จิตสงบตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ควรแก่การงานที่จะน้อมไป สู่สัจจธรรม ให้จิตบริสุทธิ์หลุดรอดพ้นในที่สุดได้

การพิสูจน์เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนั้น นอกจากจะปฏิบัติ ตามหลักการจัดระบบจิตของพระพุทธศาสนาให้บรรลุญาณทิพย์ จักขุ บุพเพนิวาสานุสติญาณ และจุตปปาตญาณแล้วยังมีอีกวิธี หนึ่งคือสะกดจิต การสะกดจิตทําให้ระลึกชาตินั้นมีขอบเขตจํากัด อย่างสูง ระลึกได้เพียง 5 ชาติเท่านั้น การระลึกชาติด้วยวิธี การสะกดจิตมักจะมีการผิดพลาดเรื่องตัวเลขและ คําพูด ส่วนเหตุการณ์ไม่ค่อยผิดพลาด

แต่อย่างไรก็ดี การระลึกชาติด้วยการสะกดจิตยังมีทาง พิสูจน์จากตัวบุคคลและสถานที่อยู่ในขณะนี้ได้ ประการหนึ่ง และ อีกประการหนึ่ง พิสูจน์จากบาดแผลที่ตายในอดีตชาติจนปรากฏ ในชาตินี้มีทั้งแผลเป็นไฝ ปาน และความเจ็บปวดตรงบาดแผล อดีตชาติให้ปรากฏอยู่

ผู้คงแก่เรียนในพระพุทธศาสนาบางคนไม่เชื่อว่าการสะกด จิตจะทําให้ระลึกชาติได้ ทั้งนี้เพราะเชื่อมั่นตามตําราหรือทฤษฎี มากเกินไปโดยลืมความจริงว่ามีบางคนทั้งที่เป็นชาวพุทธและต่าง ศาสนาระลึกชาติได้เอง โดยไม่ต้องจัดระบบจิตแต่ประการใด

การระลึกชาติหรือบุพเพนิวาสนุสติญาณเป็นการใช้พลังจิต หยั่งรู้ถึงขันธ์ (ทั้งของตนเองและผู้อื่น) ที่อาศัยอยู่ในชาติก่อนๆ

การระลึกชาติอาจจะเกิดได้ 2 วิธี

1. ระลึกชาติได้ด้วยการฝัน

2. ระลึกชาติด้วยสมาธิ ฌาณ ญาณ

เมื่อฝึกบรรลุถึงจตุตถฌาน ทําใจให้สบายๆ ใช้กระแสจิต ค่อยๆ หยั่งลึกเข้าสู่ภวังค์ลึกลงๆ เรื่อยๆ ค่อย ๆ ย้อนนึกจากปัจจุบัน ถอยหลังไปอดีตจนถึงเมื่อยังเด็ก แล้วค่อยๆ ปล่อยใจให้ลึกลงไป ติดตามกระแสความรู้สึกที่หยั่งรู้อยู่ในขณะนั้นทําใจให้เข้า ระดับเดียวกันกับภาวะความละเอียดอ่อนนั้น จะเข้าง จากชาติหนึ่ง ถอยกลับไปอีกชาติหนึ่ง

ถามละเอียดอ่อนนั้น จะเข้าใจภาวะนั้น

ในช่วงแรกๆ ที่ฝึกนั้น จะเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่ เมื่อฝึกจนพลังจิตแข็งแกร่งแล้วก็จะเห็นเป็นภาพได้ชัดเจนเหมือน ภาพยนต์ เมื่อได้พบเห็นแล้วก็จะเข้าใจภาวะนิสัยเดิมในชาติก่อนๆ อันฝังแน่นเป็นอนุสัย-สันดาน ในชาติปัจจุบัน เราก็นํามาปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้น ที่ดีแล้วก็พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

เรื่องการระลึกชาติได้เป็นเรื่องธรรมดาทางพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธ เจ้า พระอัครมหาสาวก พระมหาสาวก พระสาวก

พระอรหันต์ พระอริยสงฆ์ ตลอดจนปุถุชนคนธรรมดา อย่างเราๆ ก็สามารถระลึกชาติได้ ถ้าหากได้รับการฝึกฝน ทางจิต ด้วยการปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เดินจงกรม หรือบริกรรมภาวนาแบบใดๆ ก็ตามไม่จํากัดด้วยว่าจะนับถือ ศาสนาอะไรสามารถระลึกชาติได้ด้วยกันทั้งนั้นแต่บางท่านไม่ต้อง ฝึกอะไร พอเกิดมาก็ระลึกชาติได้แล้วก็มี อย่างที่เราได้ยินข่าวจาก สื่อต่างๆ ซึ่งบุคคลที่ระลึกชาติได้ ไม่ได้มีเฉพาะชาวพุทธเท่านั้น ยังมีชาวต่างชาติ ที่ไม่ได้นับถือพุทธศาสนา ก็สามารถระลึกชาติ ได้ แต่คนทั่วไป มักจะระลึกได้เพียงชาติหรือสองชาติเท่านั้น ไม่ สามารถจะระลึกชาติได้อย่างนับไม่ถ้วนเป็นอเนกชาติ เหมือน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงมี

บุพเพนิวาสานุสติญาณ ญาณแห่งการระลึกชาติ มากกว่าสัตว์โลกทั้งปวง ซึ่งกระผมจะได้นําเรื่องราวมาให้

ท่านได้อ่านต่อไป

ได้มีผู้เคยสัมภาษณ์ผู้ระลึกชาติได้มาหลายรายและได้นําคํา อั้มภาษณ์นั้นๆมาเขียนหลายเรื่องแล้ว แต่ไม่มีเรื่องใดดูจะอัศจรรย์ ดังเรื่องของผู้ระลึกชาติได้เท่าท่านนี้เลย ทั้งนี้เพราะท่าน เป็นพระเถระที่ใช้ชีวิตสมณเพศทั้งหมดอยู่กับการ ปฏิบัติ จนบางครั้งแทบจะเอาชีวิตไปทิ้งกลางป่า กลางดง และเนื่องจากผลของการปฏิบัติธรรม จึง ทําให้ท่านสามารถระลึกชาติย้อนหลังไปได้อีกหลายสิบชาติ ท่านผู้ นี่คือ พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ซึ่งเป็นศิษย์เอกที่เลิศในทาง ทั้งหลายในปัจจุบัน อภิญญาของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะบูรพาจารย์ของพระเถระ

The reincarnation of death occurred according to the teachings. Of Buddhism is a real thing
Not dead, lost or dead And was born in the form of an emotional outage
As some people understand
Is a big and old problem, one of the problems that the world has debated in the past and the present But This problem, when summarized, is significant.

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก Google

ติดตามรับชมได้ ที่นี่

การระลึกชาติเรื่องการตายแล้วเกิดอีกนั้น

การระลึกชาติ ได้ตามหลักพระพุทธ ศาสนาจะต้องจัดระบบจิตถึงขั้นได้ญาณทั้งสาม ประกาs หรืออย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวแล้ว

การระลึกชาติ

การระลึกชาติ มีสอนไว้แทบทุกศาสนา โดย เฉพาะพุทธ คริสต์ และอิสลาม จริงอยู่ รายละเอียดจะแตกต่างกัน บ้าง แต่เนื้อหานั้นตรงกัน คือตายแล้วต้องเกิดหรือชีวิตภายหลัง จากตายยังมีคติทางพุทธกล่าวว่า หลังจากตายแล้วไปเกิด ทันที แต่จะเกิดเป็นอะไรนั้นขึ้นอยู่กับกรรมเป็นผู้ บงการ อาจเกิดเป็นคน เป็นสัตว์ หรือเทวดา และ สัตว์นรกก็ได้ ส่วนทางคริสต์และอิสลามนั้น ตายแล้วยัง ไม่เกิด วิญญาณจะต้องไปรอให้พระเจ้าพิจารณา โทษทัณฑ์หรือบําเหน็จรางวัลจากพระเจ้าเสียก่อน ใครทําชั่วก็ถูกลงโทษให้ตกนรกใครทําดีก็อยู่ใน สวรรค์กับพระเจ้าและมีความสุขชั่วนิรันดร

พวกวิญญาณที่รอการพิจารณาของพระเจ้าตามคติของชาว คริสต์และอิสลามนั้นถ้าจะกล่าวตามคติของชาวพุทธแล้วก็ถือเขา เหล่านั้นเกิดแล้วแต่เกิดในรูปแบบเป็นโอปปาติกะและผู้ที่พระเจ้า ตัดสินแล้วก็ตามคติทางพระพุทธศาสนาถือว่าเกิดแล้วทั้งสิ้น ส่วน ที่จะเชื่อว่าจะสุขจะทุกข์นิรันดรก็เหมือนกันคติทางพระพุทธ ศาสนาถือว่าไม่ใช่นิรันดรเพราะยังมีบุญมีบาปเป็น กิเลสอยู่จึงต้องกลับมาเกิดใหม่และตายเกิดวกวน อยู่ร่ําไป จนจิตถูกชําระบริสุทธิ์สู่พระนิพพานแล้วนั่นแหละจะยุติ การเกิดใหม่ และเป็นความสุขนิรันดรจริงๆ

ในปัจจุบันนี้ความเชื่อเรื่องตายแล้วเกิดไม่จําเพาะชาว พุทธทั่วไปเท่านั้น แม้แต่ชาวยุโรป อเมริกาต่างก็ได้ตื่นตัวค้นคว้า ศึกษาและพิสูจน์พบความจริงจึงหันมานับถือพระพุทธศาสนามาก ขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศรัสเซียเองซึ่งเป็นประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ กับศาสนาต่างๆ ได้มีบุคคลสําคัญคือศาสตราจารย์ที่โอดอร์สเตอร์ แบกี้ ซึ่งสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยเลนินกราด กล่าวรับรองว่าการ เวียนว่ายตายเกิดและนรกสวรรค์ตามคําสอนของ พระพุทธศาสนาเป็นคําสอนที่สําคัญยิ่ง

ทั้งๆ ที่นักศึกษาปัญญาชนของชาวยุโรปและอเมริกาได้พา กัน ศรัทธา เลื่อมใส ในคําสอนเรื่องการเวียนว่าย ตายเกิดของพระพุทธศาสนามากขึ้นทุกที แต่น่า ประหลาดที่ชาวพุทธในประเทศไทยบางคนโดยเฉพาะพระบางรูป ได้ปฏิเสธเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด อีกทั้งยังทําการเผยศีลธรรม อย่างคลุมเครือ เป็นเชิงส่อไปในทํานองว่าตายแล้วสูญ

พวกเขาเหล่านั้นมีวาทะในการสอนศีลธรรมว่า การเกิด การตาย หมายถึง อารมณ์ไดอารมณ์หนึ่ง เกิด ขึ้นแล้วดับไป ก็หมายถึงเกิดขึ้นชาติหนึ่งและ ตายไปชาติหนึ่ง ส่วนชาติที่เกิดใหม่เป็นตัวตน นั้นไม่มีชาวพุทธที่ปฏิเสธเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดก็ดี ชาวคริสต์ อิสลาม ที่ปฏิเสธเรื่องพระเจ้าก็ดี ย่อมกล่าวได้ว่า เขาเหล่านั้น เป็นคนทรยศต่อศาสนาและมีสายตาสั้น เพราะที่ เชื่อว่าตายแล้วสูญเชื่อว่าพระเจ้าไม่มี ย่อมเป็นคน ไม่กลัวบาปละอายบาป

ขอให้มองโลกแห่งความเป็นจริงด้วยสายตาอันไกล ก็จะ พบว่าคนที่ไม่กลัวบาปละอายบาปทั้งหลาย ย่อม จะตกเป็นทาสของกิเลสได้ง่าย สามารถทําความ ชั่วร้าย บาปกรรมต่างๆ ได้เมื่อโอกาสอํานวยให้คนที่ทํา ชั่วอยู่ในโลกมนุษย์ก็ไม่เป็นสุข และตายไปปรโลกก็ไม่เป็นสุข ตรง กันข้าม ผู้ทําแต่ความดีเพราะอิทธิพลของความเชื่อ เรื่องการ เวียนว่ายตายเกิดและเชื่อพระเจ้าตามหลักคําสอน ของพระพุทธศาสนาคริสต์ และอิสลาม อยู่ในโลก มนุษย์ก็เป็นสุข เพราะไม่มีศัตรู ไม่มีเวร ไม่มีภัย และเมื่อตายไปสู่ปรโลกก็เป็นสุข เพราะไม่ต้องตก นรกทนทุกข์ทรมาน

เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดตามหลักคําสอนของพระพุทธ ศาสนานั้น มีหลักฐานยืนยันมากมาย เช่น เรื่องกําเนิดคติ 5 และภพ 31 กล่าวว่าเมื่อสัตว์ทั้งหลายเมื่อตายแล้วต้องไปเกิด ในมดลูกในฟองไข่ในสิ่งโสโครก และเกิดเป็นโอปปาติกะเช่นเกิด เป็นสัตว์นรก เปรต เดรัจฉาน มนุษย์ และเทวดา เป็นต้น

 

Recollecting the nation according to the Buddha principles Religion must have a mental system of up to three stages, one or the other.

National memorabilia is taught in almost every religion, especially Buddhism, Christianity and Islam. The details are somewhat different, but the content is consistent. Is dead, must be born or later From death, there is still a Buddhist belief that After dying and being born immediately, but what will happen depends on the karma as the mastermind may be an animal or an angel and hell animal. As for Christians and Islam, death has not yet occurred. The soul must wait for God to consider. Penalty or reward from God first Who does evil, is punished to go to hell. Who does well is in Heaven with God and eternal happiness

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก Google

ติดตามรับชมได้ ที่นี่

อดีต คือปัจจุบัน ปัจจุบัน คืออนาคต

อดีตคือปัจจุบัน ปัจจุบัน คืออนาคตถ้าจะมีศาสนาใด ที่รับมือกับความต้องการ ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบันได้ ศาสนานั้นก็น่าจะเป็นศาสนาพุทธอาจารย์เสกสรรค์ ประเสิรฐกุล เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ตัว ท่านมีความเชื่อในเรื่องของชาติภพตามหลักของ คนภูฎาน แต่เหตุที่คนไทยเราสนใจเรื่องชาติภพหรือระลึกชาติ กันมากมาย ก็เพราะเราว่า เรามีชาตินี้ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ประโยคดังกล่าวอาจเป็นการพูดเหมือนเสียดสี

อดีตคือปัจจุบัน

อดีตคือปัจจุบัน ปัจจุบัน คืออนาคตอะไรบางอย่างหากแต่เมื่อมองให้ลึกลงไป นี่คือความจริง แล้วเราจะแก้ ชาตินี้ที่ไม่ดีได้อย่างไร จากการศึกษาวิจัยผู้ที่จําอดีตชาติได้ ทั้งใน ประเทศไทยและต่างประเทศ ทั่วโลกของคณะศึกษาวิจัยคณะนี้พวกเขาได้พบผู้ที่จําอดีตชาติได้มากกว่า 3,000รายและพบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากหลายประเทศหลายศาสนาและหลายความ

เชื่อทั่วโลกซึ่งพวกเขาได้นําผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่อง นี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางการแพทย์บ้างแล้ว เช่น ใช้ในการ วิเคราะห์และรักษาอาการทางจิตของเด็ก หรือของคนไข้ที่เป็นโรคกลัว(Phobias)เช่นกลัวนํากลัวการนั่งเรือกลัวที่จะอยู่ในที่แคบๆ เป็นต้น ซึ่งผลจากการศึกษาวิจัยพบว่าบางกรณีเกิดจาก จําที่เลวร้ายในอดีตชาติที่ยังฝังอยู่ในจิตใต้สํานึก เช่นในอดีตชาติเคยตกน้ําตาย หรือตายเพราะเรือล่ม เมื่อเกิดมาในชาตินี้:กลัวการนั่งเรือ เป็นต้น

ความทรงในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศ.นพ.เอียนสตีเวนสันท่านได้ใช้ความจริงที่ได้จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผู้ที่จําอดีตชาติได้ของท่านไปใช้ในการพยายามเปลี่ยนทัศนคติของนัก วิทยาศาสตร์การแพทย์

ในการตรวจหาสมุฏฐานของโรค รอย ตําหนิแผลเป็นอาการความผิดปกติและความผิดปกติพิการตั้งแต่กําเนิดว่ามีบางกรณีไม่สามารถใช้สมุฏฐานเกี่ยวกับการใช้ยาของมารดา โรคของมารดาลความผิดปกติระหว่างการตั้งครรภ์หรือการสืบทอดทางพันธุกรรมมาอธิบายได้เพียงพอ รวมทั้งการ วิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็ก

ว่าบางกรณีอาจไม่ได้เป็นผลมาจากสภาวะแวดล้อมจากครอบครัวพ่อแม่ การเรียนรู้รับรู้หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆ นับตั้งแต่แรกเกิดสําหรับในประเทศไทยเราก็มีผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง นี้มากพอสมควร แต่ยังไม่มีใครทําการศึกษาวิจัยอย่างจริงจังในเชิง วิชาการอาจเป็นเพราะไม่มีผู้

สนับสนุนทุนให้ทําการ ศึกษาวิจัยเนื่องจากยังมองไม่เห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมก็เป็นได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเราชอบเป็นผู้ตามมากกว่าที่จะเป็นผู้นําอยู่แล้วเมื่อก่อนพวกฝรั่งเขาไม่เชื่อเกี่ยวกับ เรื่องเหล่านี้เลยไม่มีแม้แต่คําศัพท์ที่จะใช้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้เข้าใจได้อย่างชัดเจน

แต่ในปัจจุบันนี้ ฝรั่งเขาสนใจเรื่องนี้มากเขามีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของจิตที่นอกเหนือจากจิตปกติกันมานาน เช่น โทรจิต(Telepathy),สัมผัสที่หก(Six Sense), การรับรู้พิเศษ(Extra Sensory Perception),การใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ(Psycho Kinetic),การกลับชาติมาเกิด

(Reincanation) เป็นต้น ซึ่งอยู่ ในสาขาวิชาปรจิตวิทยา(Parapsychology)ในบ้านเรากลับตรงกันข้าม เมื่อก่อนนี้เรามีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเพราะพวกเราส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ และเราเชื่อ ถือในคําสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แต่ในปัจจุบันนี้เรากลับมองเรื่องเหล่านี้ว่า เป็นเรื่องงมงาย ทุกครั้งที่มีการนําเสนอถึงเรื่องเหล่านี้ ตามสื่อต่างๆโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ก็จะได้เห็นคําว่า “ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือกับความต้องการทาง วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบันได้ ศาสนานั้นก็น่า จะเป็นศาสนาพุทธ”

แล้วทําไมต้องเวียนว่ายตายเกิด และเมื่อเวียนว่ายตาย เกิดแล้ว ทําไมจึงระลึกชาติไม่ได้ เหตุผลคือ ตราบใดที่จิตยัง มีกิเลสเป็นเชื้ออยู่ จะต้องเวียนว่ายตายเกิดร่ําไป ส่วนเหตุผลที่ว่าทําไมระลึกชาติไม่ได้นั้น ความจริง ทุกคนที่เกิดมาย่อมระลึกชาติได้ทุกคนแต่ระลึกได้ตอนยังเป็น แบเบาะไร้เดียงสา พอโตขึ้นจิตมีกิเลสมากขึ้นการระลึกชาติ เลือนหายไปจนระลึกอะไรไม่ได้

เวกขึ้นการระลึกชาติก็ค่อยๆอีกประการหนึ่ง โดยทั่วๆ ไปในขณะที่เราอยู่ในครรภ์ของ มารดา จนกระทั่งถึงวันคลอดนั้น สภาพจิตที่อยู่ในครรภ์ ของมารดาเป็นสภาพจิตครึ่งหลับครึ่งตื่น และทน ทุกข์อยู่ในครรภ์เป็นเวลานาน ตอนที่คลอดก็ได้ สัมผัสกับสิ่งภายนอกที่ตื่นเต้นตกใจจึงเป็นเหตุให้ ลืมเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา

และอีกประการหนึ่ง บางทีก่อนที่จะมาเกิดเป็นคนในชาตินี้ในชาติก่อนเกิดในทุคติหรือสุคติเป็นเวลายาวนานจึงทําให้ ระลึกชาติไม่ได้เช่นเดียวกันในชาติปัจจุบันนี้เรามีสิทธิ์ที่จะระลึก ชาติในอดีตได้ทุกคน ถ้าหากว่าเราสามารถจัดระบบจิตตามหลักพุทธศาสนาจนถึงขั้นตาทิพย์ เห็นอนาคต ปัจจุบันและอดีต กับจัด ระบบจิตถึงขั้นบุพเพนิวาสานุสสติญาณคือการระลึกย้อน หลังจากชาติปัจจุบันถึงอดีตชาติกับการจัดระบบจิตถึงขั้นจุตูปปาตญาณคือล่วงรู้การเวียนว่ายตายเกิดใน อดีต ปัจจุบันและอนาคตว่ากระทํากรรมอันใดจึงเกิดใน สภาพเช่นนั้นๆ

The past is present, present is the future,if there isany religion That ope with the need Modern science That religion is probably a Buddhist religion. Professor Seksan Prasertkul has given an interview that he has faith in the subject of Bhutanese people, but because Thai people are interested in nationality or remembrance.

Many nations because we say We have this country that is not very good. Such sentences may be a satire.

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก Google

ติดตามรับชมได้ ที่นี่