ความเชื่อต่างๆ ในทางชาติภพ

การดับรอบของพระพุทธเจ้า นั้น เป็นการดับทั้งทุกข์และสุข
และดับทั้งความตั้งใจ ในด้านดีทุกประการด้วย ทั้งกายและจิตล้วนดับไปหมด

การดับรอบของพระพุทธเจ้า

การดับรอบของพระพุทธเจ้า มีหลักฐานเรื่องการถามตอบเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจใน สมัยรัชกาลที่ 6 แห่งกรุงสยาม ในสมัยนั้น ความจริงจังของ การดําเนินชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นตามแนวทางของ พระพุทธศาสนา ยังเข้มข้นอยู่มาก แต่คนไทยหลายคนที่มุ่ง ดําเนินชีวิตให้สุดทางของศาสนาได้ตัดสินใจรับศาสนาใหม่ เมื่อได้ ตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่ได้รับฟังจากหมอสอนศาสนาที่เข้า มาเผยแผ่ในขณะนั้น ในยุคนั้นการเปลี่ยนศาสนานับว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่บรรยากาศการพูดคุยกันใน หมู่ผู้รู้ในเชิงเปรียบเทียบหลักศาสนาแบบใจกว้างก็มีอยู่เช่นกัน นี้เป็นคุณูปการอย่างหนึ่งของพระพุทธศาสนาคือไม่ห้ามการเรียน ศาสนาอื่น…

ดังนั้นในที่นี้จะได้สรุปประเด็นเนื้อความที่ท่านผู้รู้ในอดีต ได้เปรียบเทียบกันไว้มาเล่าสู่กันฟังโดยสังเขป… ในส่วนของ พุทธศาสนานั้น ถือกันว่าพระพุทธเจ้าได้เวียนว่าย ตายเกิดในภพภูมิต่างๆ มานับร้อยๆ ชาติ ได้รับรู้ ชีวิตในร่างกายรูปแบบต่างๆ มาครบทุกประเภท ทั้งรูปแบบของ สัตว์และมนุษย์ ทําให้พระองค์

เข้าใจในความเป็นไปของชีวิตแห่ง สรรพสัตว์ทุกชนิด การบําเพ็ญทุกรกิริยาในเบื้องต้น ของพระองค์นั้นเป็นความพยายามดับทุกข์และดับ การเวียนว่ายตายเกิดที่น่าเบื่อหน่ายในความเห็น ของพระองค์ แต่ในที่สุดพระองค์ทรงค้นพบถึงทางสายกลาง ที่ชีวิตควรดําเนินไปกล่าวคือท่าที่ที่เหมาะสมและได้ส่วนกันทั้งกาย และจิตไม่ใช่การทรมานกายฝ่ายเดียวหรือทรมานจิตฝ่ายเดียว เชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าได้เข้าสู่สภาพจิตที่หลุดพ้น จากทุกข์ตั้งแต่พระองค์ยังไม่ถึงวาระการแตกดับ ทางร่างกาย และเมื่อพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์แตกดับทาง ร่างกายนั้นก็ถือกันว่าพระองค์เข้าสู่สภาพการดับโดยรอบที่เรียก กันว่ามหา

ปรินิพพาน…ต้นพบด้วยพระ หลังได้ศึกษาแฉะ คมรู้นี้ไม่ขึ้นอยู่กับ
องค์ได้ชี้บอกทางสิ่งที่พระองค์ทรงค้นพบด้า วิริยะของพระองค์เองไว้ให้แก่สาวกและคนรุ่นหลังได้ที่ ปฏิบัติตาม พระองค์ย้ําว่าทุกคนไปถึงได้ และความรู้นี้ได้ กาลเวลาคือเป็นจริงเสมอ แต่ทุกคนต้องปฏิบัติด้วยตนเองเท่า ไม่มีใครทําแทนใครได้ การดับรอบของพระพุทธเจ้า นั้นเป็นการดับทั้งทุกข์และสุข… และดับทั้งความ ตั้งใจในด้านดีทุกประการด้วย… ทั้งกายและจิต ล้วนดับไปหมด… เชื่อกันว่าพระองค์ไม่ต้องเวียนว่ายตาย เกิดอีกต่อไป..ถือเป็นการดับทุกข์โดยสิ้นเชิง ไม่เกิดไม่ตาย ใดๆ อีกต่อไป ไม่สร้างสรรค์ ไม่ทําลาย ไม่รับรู้ไม่

เกี่ยวข้องกับสิ่งระยะเวลาที่พระพุทธเจ้าได้เสวยภพชาติใน อดีตกาลมาจนถึงได้เข้าสู่มหาปรินิพพานเชื่อ กันว่านับได้ถึง อสงไขยแสนกัปป… พระพุทธศาสนา ปฏิเสธการกราบไหว้วัตถุหรือรูปเคารพทั้งปวง การนับถือผีหรือ บางสิ่งอาจจะมีอยู่จริง เพราะไม่ใช่ทางไปสู่ความ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในทางไสยศาสตร์ทุกชนิดเป็นสิ่งนอกศาสนาถึงแม้ว่า

ของพระพุทธเจ้า การสร้างพระพุทธเจ้า การสร้างพระพุทธรูปขึ้นภายหลัง
ของพุทธศาสนิกชนพระพุทธศาสนิกชนก็เพื่อระลึกถึงองค์พระพุทธเจ้า านั้น และในสมัยพุทธกาลไม่มีสิ่งเหล่านี้
เทธศาสนาที่แท้จริงไม่มีการปลุกเศกเครื่องรางของขลัง ทธเจ้าทรงให้สาวกนับถือพระธรรมที่พระองค์สั่งสอนเป็น อาแทนพระองค์ คําสอนของพระพุทธเจ้าได้สืบกันมาจาก ความทรงจําก่อนแล้วจึงจารึกไว้เรียกว่าพระไตรปิฎก อัน ประกอบด้วย พระสุตตันตปิฎก พระวินัยปิฎก และ พระอภิธรรมปิฎก พระพุทธศาสนายึดการปฏิบัติให้รู้แจ้งด้วย ปัญญาภายใน การปฏิบัติไต่จากหยาบไปสู่ละเอียด กล่าวคือ ศีล สมาธิปัญญา… พุทธศาสนามุ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติ

ขัดเกลาตนเอง พึ่งตนเอง ล่วงทุกข์ได้ด้วยความ เพียรพยายามของตนเอง… การนับถือพระพุทธศาสนา ที่แท้จริงนั้นต้องมีเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่การดับทุกข์อย่างไม่มีเหลือ คือทุกคนต้องมุ่งปรินิพพานเหมือนองค์ศาสดาเท่านั้นจึงจะได้พ้น ทุกข์จริงและหยุดการเวียนว่ายตายเกิด

Chapter 4 Beliefs in the World

The cycle of the Buddha Is both a suffering and happiness
And extinguish both intentions In all respects as well Both body and mind are all extinguished. “

There is evidence of asking to answer this matter very interesting in During the reign of King Rama VI of Siam in those days, the seriousness of Living in order to be free from the way of Buddhism is still very intense. But many Thai people who aim Living the ultimate way of religion has decided to accept a new religion when recognizing certain truths that have been heard by the missionary who entered. Came to propagate at that time In those days, changing religion was a very big deal. But the atmosphere of talking in Those who know the metaphorical, generous religion are also available. This is one of the contributions of Buddhism that is not forbidden to study other religions …

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก Google

ติดตามรับชมได้ ที่นี่

ในเรื่อง บุพเพนิวาสานุสติญาณ หรือ ญาณระลึกชาติได้นั้น

พระพุทธองค์ ไม่แต่จะเคยเป็นเทวดา อินทร์ พรหม มนุษย์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลวงปู่จะมีหรือไม่ สมเด็จพระพุทธองค์ได้ยาก นี้เมื่อคืนวันตรัสรู้ในเวลาปฐมยามซึ่งเป็นญาณลําแรกที่ทรงพระ ทราบระลึกชาติหนหลังได้ ทั้งของพระองค์เองและสัตว์โลกอื่นๆ ตั้งแต่ชาติหนึ่งจนถึงเอนกชาติหาประมาณมิได้

พระพุทธองค์ 

พระพุทธองค์ ไม่แต่จะเคยเป็นเทวดา อินทร์ พรหม มนุษย์ ที่เป็นทั้งท้าวพระยามหากษัตริย์ พระเจ้าจักรพรรดิเท่านั้น หากท่านเคยเป็นคนยากจน เข็ญใจ ก็มีอยู่หลายชาติทั้งเคยเป็นสัตว์เดรัจฉาน แม้การตกนรกหมกไหม้ก็เคยผ่านขุมนรกต่างๆ มาแล้วเช่นกันทําให้ พระพุทธองค์ทรงเบื่อหน่ายในชาติกําเนิด การเวียนว่ายตาย เกิดเป็นอย่างยิ่ง การจุติแปรผัน ตายแล้วเกิด เกิด แล้วตาย ของสัตว์โลกไม่มีที่สิ้นสุด

ญาณนี้เองเป็นเบื้องต้น เป็นบันไดขั้นแรกในคืนวันเพ็ญ เดือนหก เมื่อสองพันห้าร้อยสามสิบพรรษาเศษที่ผ่านมา และเป็น หตุ พระองค์ไปสู่การตรัสรู้ คือ พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิ์ ญาณในกาลต่อมา

สําหรับญาณการระลึกรู้อดีตชาตินี้ ศิษย์ผู้ใกล้ชิดหลวงปู่ ชอบ ฐานสโม ได้เคยขอโอกาสกราบเรียนถามหลวงปู่ ซึ่งท่านก็ยอม เล่าให้ฟังบ้างเป็นสังเขป
หลวงปู่บอกว่า ท่านไม่ได้ระลึกชาติได้มากมาย อะไรที่สมเด็จพระพุทธองค์ทรงระลึกได้เป็นเอนก ชาติหาประมาณมิได้นั้น เป็นเพราะพระพุทธองค์ ทรงมหาสติ มหาปัญญา มหาบารมีอย่างหาผู้ใด เทียบมิได้

สําหรับหลวงปู่นี้เท่าที่ระลึกชาติได้ท่านไม่เคยเป็นกษัตริย์ มักจะเป็นคนตกทุกข์ได้ยากเสียมากกว่าเคยเป็นพ่อค้าขายผ้าชาติ ลาว ออกเดินทางมากับพ่อเชียงหมุน (อุปัฏฐากคนหนึ่ง ในชาตินี้) ข้ามแม่น้ําโขงมาฝั่งไทยมาทานผ้าขาวหนึ่งวา และเงิน 50 สตางค์ บูชาถวาย พระธาตุพนมพร้อมทั้งอธิษฐานขอ ให้ได้บวชได้พ้นทุกข์ท่านเล่าว่าท่านเคยมาช่วยสร้างพระธาตุพนม ด้วยสมัยพระมหากัสสปะเถระเจ้า พระธาตุพนมนี้สร้างก่อนพระปฐมเจดีย์
ท่านเคยเป็นคนยางอยู่ในป่า เคยเกิดเป็นทหารพม่ามารา กับไทย แต่ยังไม่ทันฆ่าคนไทย ก็ตายเสียก่อน เคยเกิดอยู่เมืองปัน พม่า ชาตินี้ท่านก็ได้กลับไปดูบ้านเกิดในชาติก่อนที่เมืองปันด้วย เคยเป็นทหารไปหลบภัยที่ถ้ํากระ เชียงใหม่ และได้ตายเพราะอด ข้าวที่นั่น
หลวงปู่ เคยเป็นพระภิกษุ รักษาศีลอยู่ กับพระอนุรุทธ เคยเป็นสามเณรน้อย ลูกศิษย์ USะมหากัสสปะ

สําหรับการเกิดเป็นสัตว์นั้น หลวงปู่เล่าว่า ท่านผ่านพ้น มาอย่างทุกข์ยากแสนเข็ญ เช่นเคยเกิดเป็นผีเสื้อ เป็นฟานหรือเก้ง ไปแอบกินมะกอก กินยังไม่จ แล้วถูกค้างคาวไล่จับเอาไปกินที่ถ้ําผาดิน เคยเกิด มนุษย์ไล่ยิง เขายิงที่โคกมนถูกที่ขา วิ่งหนีกระเซ ที่บ้านม่วงเก้งไปแอบกินมะกอก กินยังไม่ทันอิมสมอยากก็ถูกกบนอกที่ขา วิ่งหนีกระเซอะกระเชิงไปตาย

เมื่อครั้งเกิดเป็นหมีไปกินแตงช้าง (แตงร้าน) ของชาวบ้านถูกเจ้าของเขาเอามีดไล่ฟันถูกหัวถูกหูเคราะห์ดีไม่ถึง ตาย แต่ก็บาดเจ็บมาก ต้องทนทุกข์ไปจนกระทั่งหายไปเองเคยเกิด เป็นไก่ มีความรักผูกพันรักชอบนางแม่ไก่สาว จึงอธิษฐานให้ ได้พบกันอีก ทําให้กลับมาเกิดเป็นไก่ซ้ําถึง 7 ชาติ เคยเกิดเป็นปลา ซึ่งอยู่ในสระ (ปัจจุบันอยู่ที่สวนหลังบ้าน ของ พล.อ.อ.พโยม เย็นสุดใจ)
ท่านเล่าถึงชีวิตของการเป็นสัตว์ว่าแสนลําเค็ญ อดอยากปากแห้ง มีความรู้สึกร้อน หนาว หิว กระหายเหมือนมนุษย์ แต่ก็บอกไม่ได้พูดไม่ได้ต้องเที่ยว ซอกซอนไปอยู่ตามป่า ตามเขาตามประสาสัตว์ ฝนตกก็เปียกหนาวสั่น แดดออกก็ร้อนไหม้เกรียม อาศัยถ้ํา อาศัยร่มไม้ไปตามเพลง บางทีมาอยู่ใกล้หมู่บ้าน หิวกระหาย เห็นพืชผลที่ควรกินเป็นอาหารได้ พอจะจับใส่ปากใส่ ท้องได้บ้าง ก็กลับกลายเป็นของที่เขาหวงห้าม มีเจ้าของต้องถูก เขาขับไสไล่ทําร้าย

ชีวิตที่เวียนว่ายวนอยู่ในกองทุกข์ตามอํานาจกรรมที่กระทํา มานี้ แต่บางทีภพชาตินั้นก็ยืดยาวต่อไปด้วยอํานาจกิเลสตัณหา ยกตัวอย่างเช่น ตอนท่านเกิดเป็นไก่ ใจนึกปฏิพันธ์ รักใคร่นางแม่ไก่ ชื่นชอบภพชาติที่เป็นไก่ของตน ปรารถนาขอให้พบนางไก่อีก ก็ต้องวนเวียนกลับ มาเกิดเป็นไก่อยู่เช่นนั้น

หลวงปู่เล่าว่า แม้ท่านพระอาจารย์มั่นเอง เมื่อท่าน ระลึกชาติได้ เห็นภพชาติที่เวียนวนกลับไปเกิด เป็นสุนัขถึงหมื่นชาติ ท่านยังเกิดความสลดสังเวช ถึงกับขออธิษฐานเลิกปรารถนาพุทธภูมิ เพราะการบําเพ็ญบารมี เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งในอนาคตนั้น ท่านจะ
ต้องบําเพ็ญต่อไปอีกเป็นแสนกัปแสนกัลป์ย คราง เดททานเกดสลดสังเวชคดดทานพระอาจารย์มันจึง ความเพียรเร่งรัดตัดตรงเข้าสู่พระนิพพานเป็นอย ,

วันหนึ่งระหว่างหลวงปู่กําลังวิเวกอยู่ที่เชียงใหม่ ตกกลาง คืนท่านก็เข้าที่ภาวนาตามปกติปรากฏภาพนิมิต มีแม่ไก่ตัวหนึ่งมา หาท่านกิริยาอาการนั้นนอบน้อมอ่อนโยนเป็นอย่าง ยิ่งมาถึงก็ใช้ปีกจับต้องกายท่าน จูบท่าน ท่าน ประหลาดใจที่สัตว์ตัวเมียแสดงกิริยาอันไม่สมควร ต่อพระเช่นนั้น จึงได้ดูว่าเอา แต่แม่ไก่ตัวนั้นก็อ้างว่า เคยเกิด เป็นภรรยาของท่านมาถึง 7 ชาติแล้ว ความผูกพันยังมีอยู่ ไม่อาจจะลืมเลือนได้ แม้จะรู้ว่าพระคุณเจ้าเป็นภิกษุสงฆ์ไม่ บังควรจะแสดงความอาวรณ์ผูกพันเช่นนี้ ตนมีกรรมต้องมาบังเกิด เป็นสัตว์เดรัจฉาน ต่ําต้อยน้อยวาสนา ก็ได้แต่นึกสมเพชตัวเองอยู่ มาก อย่างไรก็ดี เมื่อพระคุณเจ้าผู้เคยเป็นคู่ชีวิตมาอยู่ ในถิ่นที่ใกล้ตัวเช่นนี้ ตนอดใจมิได้จึงมากราบขอ ส่วนบุญบารมี

ในนิมิตนั้นปรากฏว่าหลวงปู่ได้เอ็ดึงเอาว่าเราเป็นคนเจ้า เป็นสัตว์ จะมาเคยเป็นสามีภรรยากันได้อย่างไร เราไม่เชื่อเจ้า แม่ ไก่ก็เถียงว่า ถ้าเช่นนั้นคอยดู พรุ่งนี้เช้าตอนท่านไปบิณฑบาต ข้า น้อยจะไปจิกจีวรท่านให้ดู

ตอนเช้าหลวงปู่ครองผ้าออกไปบิณฑบาตตามปกติท่าน ว่าท่านไม่ได้นึกอะไรมากด้วยคิดว่าเป็นนิมิตเหลวไหลไร้สาระ เมื่อท่านเดินบิณฑบาตเข้าไปในหมู่บ้านยางที่ชื่อบ้านป่าพัวะอําเภอ จอมทอง ก็มีแม่ไก่ตัวเมียตัวหนึ่งตรงรีเข้ามาจิกจีวรท่านข้างหา หม่เพื่อนที่ไปด้วยก็ตกใจเพราะเป็นสัตว์ตัวเมียเกรงท่านจะอาบัติ จึงช่วยกันไล่ แต่แม่ไก่ตัวนั้นก็ยังพยายามวิ่งเข้ามาอีก
คืนนั้นหลวงปู่เข้าที่พิจารณาซ้ํา ก็รู้ว่าแม่ไก่ ตัวนั้นเคยเกิดเป็นภรรยาของท่านมา 7 ชาติแล้ว จริงๆ เป็นที่น่าเวทนาสงสารอย่างยิ่งที่นางกระทํา ไม่ดีไว้ไม่มีศีลจึงต้องตกไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน

เช่นนี้เมื่อไม่นานมานี้ก็มีการทําเรื่องการกลับชาติมาเกิดของ รายการโทรทัศน์เรื่องหนึ่งกล่าวถึงแม่ชีองค์หนึ่งที่ตายแล้วกลับมา เกิดเป็นด.ญ.รัตนาวงค์สมบัติซึ่งทางรายการได้มีการไปสัมภาษณ์ บุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในอดีต ก็ปรากฏว่าสิ่งที่ ด.ญ.รัตนา จ้า ได้ เป็นความจริงถูกต้องทั้งหมด แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนเธอโดเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ความจํานั้นก็เลือนหายไปกับกาลเวลา
ทางพุทธศาสนากล่าวว่าการระลึกชาติ เป็นสิ่งที่บุคคลทั่วไปทําได้ แต่ผู้ทําได้ต้องฝึก สมาธิให้มีความชํานาญในการเข้าออกสมาธิ อย่างคล่องแคล่ว

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก Google

ติดตามรับชมได้ ที่นี่

การระลึกชาติคืออะไรและทําอย่างไร ถึงระลึกชาติด้ด้วยตัวเอง

การเวียนว่ายตายเกิด ตามคําสอน ของพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งมีจริง

การเวียนว่ายตายเกิด

การเวียนว่ายตายเกิด ไม่ใช่ตายแล้วสูญหรือตาย แล้วเกิดตามแบบอารมณ์เกิดดับอย่างที่บางคนเข้าใจเป็นปัญหาใหญ่และเก่าแก่ปัญหาหนึ่งที่ชาวโลกถกเถียง กันมา ทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ดี ปัญหานี้เมื่อสรุป

แล้วมีสาระสําคัญดังนี้ เชื่อว่าตายแล้วสูญ

  1. เชื่อว่าตายแล้วเกิดและวิญญาณเที่ยง คือ เคยเกิดเป็น อะไร ก็เกิดเป็นสิ่งนั้นตลอดไป
  2. เชื่อว่าตายแล้วเกิดและวิญญาณไม่เที่ยง จะเกิดเป็นอะไร ก็ได้แล้วแต่กรรมที่ทําไว้ ความเชื่อในข้อ 3 นี้เป็นความเชื่อของชาว พุทธและฮินดูทั่วๆ ไป

การเวียนว่ายตายเกิดตามคําสอนของพระ พุทธศาสนาเป็นสิ่งมีจริง ไม่ใช่ตายแล้วสูญหรือ ตายแล้วเกิดตามแบบอารมณ์เกิดดับอย่างที่บาง คนเข้าใจ และพยายามเผยแพร่ให้ผู้อื่นเข้าใจดัง ความคิดเห็นของตน

จริงอยู่คําสอนของพระพุทธศาสนาที่ได้กล่าวถึงเรื่องการ เวียนว่ายตายเกิดนั้นไม่ใช่สาระสําคัญที่จะทําให้หลุดรอดพ้นหรือ ชําระจิตให้บริสุทธิ์ได้ แต่ก็เป็นรากฐานสําคัญที่จะปูพื้น ให้จิตมีศีลธรรมและเชื่อในกฎแห่งกรรม ซึ่งเป็นอุบาย วิธีหนึ่งที่จะให้จิตสงบตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ควรแก่การงานที่จะน้อมไป สู่สัจจธรรม ให้จิตบริสุทธิ์หลุดรอดพ้นในที่สุดได้

การพิสูจน์เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนั้น นอกจากจะปฏิบัติ ตามหลักการจัดระบบจิตของพระพุทธศาสนาให้บรรลุญาณทิพย์ จักขุ บุพเพนิวาสานุสติญาณ และจุตปปาตญาณแล้วยังมีอีกวิธี หนึ่งคือสะกดจิต การสะกดจิตทําให้ระลึกชาตินั้นมีขอบเขตจํากัด อย่างสูง ระลึกได้เพียง 5 ชาติเท่านั้น การระลึกชาติด้วยวิธี การสะกดจิตมักจะมีการผิดพลาดเรื่องตัวเลขและ คําพูด ส่วนเหตุการณ์ไม่ค่อยผิดพลาด

แต่อย่างไรก็ดี การระลึกชาติด้วยการสะกดจิตยังมีทาง พิสูจน์จากตัวบุคคลและสถานที่อยู่ในขณะนี้ได้ ประการหนึ่ง และ อีกประการหนึ่ง พิสูจน์จากบาดแผลที่ตายในอดีตชาติจนปรากฏ ในชาตินี้มีทั้งแผลเป็นไฝ ปาน และความเจ็บปวดตรงบาดแผล อดีตชาติให้ปรากฏอยู่

ผู้คงแก่เรียนในพระพุทธศาสนาบางคนไม่เชื่อว่าการสะกด จิตจะทําให้ระลึกชาติได้ ทั้งนี้เพราะเชื่อมั่นตามตําราหรือทฤษฎี มากเกินไปโดยลืมความจริงว่ามีบางคนทั้งที่เป็นชาวพุทธและต่าง ศาสนาระลึกชาติได้เอง โดยไม่ต้องจัดระบบจิตแต่ประการใด

การระลึกชาติหรือบุพเพนิวาสนุสติญาณเป็นการใช้พลังจิต หยั่งรู้ถึงขันธ์ (ทั้งของตนเองและผู้อื่น) ที่อาศัยอยู่ในชาติก่อนๆ

การระลึกชาติอาจจะเกิดได้ 2 วิธี

1. ระลึกชาติได้ด้วยการฝัน

2. ระลึกชาติด้วยสมาธิ ฌาณ ญาณ

เมื่อฝึกบรรลุถึงจตุตถฌาน ทําใจให้สบายๆ ใช้กระแสจิต ค่อยๆ หยั่งลึกเข้าสู่ภวังค์ลึกลงๆ เรื่อยๆ ค่อย ๆ ย้อนนึกจากปัจจุบัน ถอยหลังไปอดีตจนถึงเมื่อยังเด็ก แล้วค่อยๆ ปล่อยใจให้ลึกลงไป ติดตามกระแสความรู้สึกที่หยั่งรู้อยู่ในขณะนั้นทําใจให้เข้า ระดับเดียวกันกับภาวะความละเอียดอ่อนนั้น จะเข้าง จากชาติหนึ่ง ถอยกลับไปอีกชาติหนึ่ง

ถามละเอียดอ่อนนั้น จะเข้าใจภาวะนั้น

ในช่วงแรกๆ ที่ฝึกนั้น จะเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่ เมื่อฝึกจนพลังจิตแข็งแกร่งแล้วก็จะเห็นเป็นภาพได้ชัดเจนเหมือน ภาพยนต์ เมื่อได้พบเห็นแล้วก็จะเข้าใจภาวะนิสัยเดิมในชาติก่อนๆ อันฝังแน่นเป็นอนุสัย-สันดาน ในชาติปัจจุบัน เราก็นํามาปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้น ที่ดีแล้วก็พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

เรื่องการระลึกชาติได้เป็นเรื่องธรรมดาทางพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธ เจ้า พระอัครมหาสาวก พระมหาสาวก พระสาวก

พระอรหันต์ พระอริยสงฆ์ ตลอดจนปุถุชนคนธรรมดา อย่างเราๆ ก็สามารถระลึกชาติได้ ถ้าหากได้รับการฝึกฝน ทางจิต ด้วยการปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เดินจงกรม หรือบริกรรมภาวนาแบบใดๆ ก็ตามไม่จํากัดด้วยว่าจะนับถือ ศาสนาอะไรสามารถระลึกชาติได้ด้วยกันทั้งนั้นแต่บางท่านไม่ต้อง ฝึกอะไร พอเกิดมาก็ระลึกชาติได้แล้วก็มี อย่างที่เราได้ยินข่าวจาก สื่อต่างๆ ซึ่งบุคคลที่ระลึกชาติได้ ไม่ได้มีเฉพาะชาวพุทธเท่านั้น ยังมีชาวต่างชาติ ที่ไม่ได้นับถือพุทธศาสนา ก็สามารถระลึกชาติ ได้ แต่คนทั่วไป มักจะระลึกได้เพียงชาติหรือสองชาติเท่านั้น ไม่ สามารถจะระลึกชาติได้อย่างนับไม่ถ้วนเป็นอเนกชาติ เหมือน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงมี

บุพเพนิวาสานุสติญาณ ญาณแห่งการระลึกชาติ มากกว่าสัตว์โลกทั้งปวง ซึ่งกระผมจะได้นําเรื่องราวมาให้

ท่านได้อ่านต่อไป

ได้มีผู้เคยสัมภาษณ์ผู้ระลึกชาติได้มาหลายรายและได้นําคํา อั้มภาษณ์นั้นๆมาเขียนหลายเรื่องแล้ว แต่ไม่มีเรื่องใดดูจะอัศจรรย์ ดังเรื่องของผู้ระลึกชาติได้เท่าท่านนี้เลย ทั้งนี้เพราะท่าน เป็นพระเถระที่ใช้ชีวิตสมณเพศทั้งหมดอยู่กับการ ปฏิบัติ จนบางครั้งแทบจะเอาชีวิตไปทิ้งกลางป่า กลางดง และเนื่องจากผลของการปฏิบัติธรรม จึง ทําให้ท่านสามารถระลึกชาติย้อนหลังไปได้อีกหลายสิบชาติ ท่านผู้ นี่คือ พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ซึ่งเป็นศิษย์เอกที่เลิศในทาง ทั้งหลายในปัจจุบัน อภิญญาของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะบูรพาจารย์ของพระเถระ

The reincarnation of death occurred according to the teachings. Of Buddhism is a real thing
Not dead, lost or dead And was born in the form of an emotional outage
As some people understand
Is a big and old problem, one of the problems that the world has debated in the past and the present But This problem, when summarized, is significant.

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก Google

ติดตามรับชมได้ ที่นี่

การระลึกชาติเรื่องการตายแล้วเกิดอีกนั้น

การระลึกชาติ ได้ตามหลักพระพุทธ ศาสนาจะต้องจัดระบบจิตถึงขั้นได้ญาณทั้งสาม ประกาs หรืออย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวแล้ว

การระลึกชาติ

การระลึกชาติ มีสอนไว้แทบทุกศาสนา โดย เฉพาะพุทธ คริสต์ และอิสลาม จริงอยู่ รายละเอียดจะแตกต่างกัน บ้าง แต่เนื้อหานั้นตรงกัน คือตายแล้วต้องเกิดหรือชีวิตภายหลัง จากตายยังมีคติทางพุทธกล่าวว่า หลังจากตายแล้วไปเกิด ทันที แต่จะเกิดเป็นอะไรนั้นขึ้นอยู่กับกรรมเป็นผู้ บงการ อาจเกิดเป็นคน เป็นสัตว์ หรือเทวดา และ สัตว์นรกก็ได้ ส่วนทางคริสต์และอิสลามนั้น ตายแล้วยัง ไม่เกิด วิญญาณจะต้องไปรอให้พระเจ้าพิจารณา โทษทัณฑ์หรือบําเหน็จรางวัลจากพระเจ้าเสียก่อน ใครทําชั่วก็ถูกลงโทษให้ตกนรกใครทําดีก็อยู่ใน สวรรค์กับพระเจ้าและมีความสุขชั่วนิรันดร

พวกวิญญาณที่รอการพิจารณาของพระเจ้าตามคติของชาว คริสต์และอิสลามนั้นถ้าจะกล่าวตามคติของชาวพุทธแล้วก็ถือเขา เหล่านั้นเกิดแล้วแต่เกิดในรูปแบบเป็นโอปปาติกะและผู้ที่พระเจ้า ตัดสินแล้วก็ตามคติทางพระพุทธศาสนาถือว่าเกิดแล้วทั้งสิ้น ส่วน ที่จะเชื่อว่าจะสุขจะทุกข์นิรันดรก็เหมือนกันคติทางพระพุทธ ศาสนาถือว่าไม่ใช่นิรันดรเพราะยังมีบุญมีบาปเป็น กิเลสอยู่จึงต้องกลับมาเกิดใหม่และตายเกิดวกวน อยู่ร่ําไป จนจิตถูกชําระบริสุทธิ์สู่พระนิพพานแล้วนั่นแหละจะยุติ การเกิดใหม่ และเป็นความสุขนิรันดรจริงๆ

ในปัจจุบันนี้ความเชื่อเรื่องตายแล้วเกิดไม่จําเพาะชาว พุทธทั่วไปเท่านั้น แม้แต่ชาวยุโรป อเมริกาต่างก็ได้ตื่นตัวค้นคว้า ศึกษาและพิสูจน์พบความจริงจึงหันมานับถือพระพุทธศาสนามาก ขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศรัสเซียเองซึ่งเป็นประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ กับศาสนาต่างๆ ได้มีบุคคลสําคัญคือศาสตราจารย์ที่โอดอร์สเตอร์ แบกี้ ซึ่งสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยเลนินกราด กล่าวรับรองว่าการ เวียนว่ายตายเกิดและนรกสวรรค์ตามคําสอนของ พระพุทธศาสนาเป็นคําสอนที่สําคัญยิ่ง

ทั้งๆ ที่นักศึกษาปัญญาชนของชาวยุโรปและอเมริกาได้พา กัน ศรัทธา เลื่อมใส ในคําสอนเรื่องการเวียนว่าย ตายเกิดของพระพุทธศาสนามากขึ้นทุกที แต่น่า ประหลาดที่ชาวพุทธในประเทศไทยบางคนโดยเฉพาะพระบางรูป ได้ปฏิเสธเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด อีกทั้งยังทําการเผยศีลธรรม อย่างคลุมเครือ เป็นเชิงส่อไปในทํานองว่าตายแล้วสูญ

พวกเขาเหล่านั้นมีวาทะในการสอนศีลธรรมว่า การเกิด การตาย หมายถึง อารมณ์ไดอารมณ์หนึ่ง เกิด ขึ้นแล้วดับไป ก็หมายถึงเกิดขึ้นชาติหนึ่งและ ตายไปชาติหนึ่ง ส่วนชาติที่เกิดใหม่เป็นตัวตน นั้นไม่มีชาวพุทธที่ปฏิเสธเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดก็ดี ชาวคริสต์ อิสลาม ที่ปฏิเสธเรื่องพระเจ้าก็ดี ย่อมกล่าวได้ว่า เขาเหล่านั้น เป็นคนทรยศต่อศาสนาและมีสายตาสั้น เพราะที่ เชื่อว่าตายแล้วสูญเชื่อว่าพระเจ้าไม่มี ย่อมเป็นคน ไม่กลัวบาปละอายบาป

ขอให้มองโลกแห่งความเป็นจริงด้วยสายตาอันไกล ก็จะ พบว่าคนที่ไม่กลัวบาปละอายบาปทั้งหลาย ย่อม จะตกเป็นทาสของกิเลสได้ง่าย สามารถทําความ ชั่วร้าย บาปกรรมต่างๆ ได้เมื่อโอกาสอํานวยให้คนที่ทํา ชั่วอยู่ในโลกมนุษย์ก็ไม่เป็นสุข และตายไปปรโลกก็ไม่เป็นสุข ตรง กันข้าม ผู้ทําแต่ความดีเพราะอิทธิพลของความเชื่อ เรื่องการ เวียนว่ายตายเกิดและเชื่อพระเจ้าตามหลักคําสอน ของพระพุทธศาสนาคริสต์ และอิสลาม อยู่ในโลก มนุษย์ก็เป็นสุข เพราะไม่มีศัตรู ไม่มีเวร ไม่มีภัย และเมื่อตายไปสู่ปรโลกก็เป็นสุข เพราะไม่ต้องตก นรกทนทุกข์ทรมาน

เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดตามหลักคําสอนของพระพุทธ ศาสนานั้น มีหลักฐานยืนยันมากมาย เช่น เรื่องกําเนิดคติ 5 และภพ 31 กล่าวว่าเมื่อสัตว์ทั้งหลายเมื่อตายแล้วต้องไปเกิด ในมดลูกในฟองไข่ในสิ่งโสโครก และเกิดเป็นโอปปาติกะเช่นเกิด เป็นสัตว์นรก เปรต เดรัจฉาน มนุษย์ และเทวดา เป็นต้น

 

Recollecting the nation according to the Buddha principles Religion must have a mental system of up to three stages, one or the other.

National memorabilia is taught in almost every religion, especially Buddhism, Christianity and Islam. The details are somewhat different, but the content is consistent. Is dead, must be born or later From death, there is still a Buddhist belief that After dying and being born immediately, but what will happen depends on the karma as the mastermind may be an animal or an angel and hell animal. As for Christians and Islam, death has not yet occurred. The soul must wait for God to consider. Penalty or reward from God first Who does evil, is punished to go to hell. Who does well is in Heaven with God and eternal happiness

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก Google

ติดตามรับชมได้ ที่นี่

อดีต คือปัจจุบัน ปัจจุบัน คืออนาคต

อดีตคือปัจจุบัน ปัจจุบัน คืออนาคตถ้าจะมีศาสนาใด ที่รับมือกับความต้องการ ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบันได้ ศาสนานั้นก็น่าจะเป็นศาสนาพุทธอาจารย์เสกสรรค์ ประเสิรฐกุล เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ตัว ท่านมีความเชื่อในเรื่องของชาติภพตามหลักของ คนภูฎาน แต่เหตุที่คนไทยเราสนใจเรื่องชาติภพหรือระลึกชาติ กันมากมาย ก็เพราะเราว่า เรามีชาตินี้ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ประโยคดังกล่าวอาจเป็นการพูดเหมือนเสียดสี

อดีตคือปัจจุบัน

อดีตคือปัจจุบัน ปัจจุบัน คืออนาคตอะไรบางอย่างหากแต่เมื่อมองให้ลึกลงไป นี่คือความจริง แล้วเราจะแก้ ชาตินี้ที่ไม่ดีได้อย่างไร จากการศึกษาวิจัยผู้ที่จําอดีตชาติได้ ทั้งใน ประเทศไทยและต่างประเทศ ทั่วโลกของคณะศึกษาวิจัยคณะนี้พวกเขาได้พบผู้ที่จําอดีตชาติได้มากกว่า 3,000รายและพบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากหลายประเทศหลายศาสนาและหลายความ

เชื่อทั่วโลกซึ่งพวกเขาได้นําผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่อง นี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางการแพทย์บ้างแล้ว เช่น ใช้ในการ วิเคราะห์และรักษาอาการทางจิตของเด็ก หรือของคนไข้ที่เป็นโรคกลัว(Phobias)เช่นกลัวนํากลัวการนั่งเรือกลัวที่จะอยู่ในที่แคบๆ เป็นต้น ซึ่งผลจากการศึกษาวิจัยพบว่าบางกรณีเกิดจาก จําที่เลวร้ายในอดีตชาติที่ยังฝังอยู่ในจิตใต้สํานึก เช่นในอดีตชาติเคยตกน้ําตาย หรือตายเพราะเรือล่ม เมื่อเกิดมาในชาตินี้:กลัวการนั่งเรือ เป็นต้น

ความทรงในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศ.นพ.เอียนสตีเวนสันท่านได้ใช้ความจริงที่ได้จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผู้ที่จําอดีตชาติได้ของท่านไปใช้ในการพยายามเปลี่ยนทัศนคติของนัก วิทยาศาสตร์การแพทย์

ในการตรวจหาสมุฏฐานของโรค รอย ตําหนิแผลเป็นอาการความผิดปกติและความผิดปกติพิการตั้งแต่กําเนิดว่ามีบางกรณีไม่สามารถใช้สมุฏฐานเกี่ยวกับการใช้ยาของมารดา โรคของมารดาลความผิดปกติระหว่างการตั้งครรภ์หรือการสืบทอดทางพันธุกรรมมาอธิบายได้เพียงพอ รวมทั้งการ วิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็ก

ว่าบางกรณีอาจไม่ได้เป็นผลมาจากสภาวะแวดล้อมจากครอบครัวพ่อแม่ การเรียนรู้รับรู้หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆ นับตั้งแต่แรกเกิดสําหรับในประเทศไทยเราก็มีผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง นี้มากพอสมควร แต่ยังไม่มีใครทําการศึกษาวิจัยอย่างจริงจังในเชิง วิชาการอาจเป็นเพราะไม่มีผู้

สนับสนุนทุนให้ทําการ ศึกษาวิจัยเนื่องจากยังมองไม่เห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมก็เป็นได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเราชอบเป็นผู้ตามมากกว่าที่จะเป็นผู้นําอยู่แล้วเมื่อก่อนพวกฝรั่งเขาไม่เชื่อเกี่ยวกับ เรื่องเหล่านี้เลยไม่มีแม้แต่คําศัพท์ที่จะใช้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้เข้าใจได้อย่างชัดเจน

แต่ในปัจจุบันนี้ ฝรั่งเขาสนใจเรื่องนี้มากเขามีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของจิตที่นอกเหนือจากจิตปกติกันมานาน เช่น โทรจิต(Telepathy),สัมผัสที่หก(Six Sense), การรับรู้พิเศษ(Extra Sensory Perception),การใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ(Psycho Kinetic),การกลับชาติมาเกิด

(Reincanation) เป็นต้น ซึ่งอยู่ ในสาขาวิชาปรจิตวิทยา(Parapsychology)ในบ้านเรากลับตรงกันข้าม เมื่อก่อนนี้เรามีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเพราะพวกเราส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ และเราเชื่อ ถือในคําสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แต่ในปัจจุบันนี้เรากลับมองเรื่องเหล่านี้ว่า เป็นเรื่องงมงาย ทุกครั้งที่มีการนําเสนอถึงเรื่องเหล่านี้ ตามสื่อต่างๆโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ก็จะได้เห็นคําว่า “ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือกับความต้องการทาง วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบันได้ ศาสนานั้นก็น่า จะเป็นศาสนาพุทธ”

แล้วทําไมต้องเวียนว่ายตายเกิด และเมื่อเวียนว่ายตาย เกิดแล้ว ทําไมจึงระลึกชาติไม่ได้ เหตุผลคือ ตราบใดที่จิตยัง มีกิเลสเป็นเชื้ออยู่ จะต้องเวียนว่ายตายเกิดร่ําไป ส่วนเหตุผลที่ว่าทําไมระลึกชาติไม่ได้นั้น ความจริง ทุกคนที่เกิดมาย่อมระลึกชาติได้ทุกคนแต่ระลึกได้ตอนยังเป็น แบเบาะไร้เดียงสา พอโตขึ้นจิตมีกิเลสมากขึ้นการระลึกชาติ เลือนหายไปจนระลึกอะไรไม่ได้

เวกขึ้นการระลึกชาติก็ค่อยๆอีกประการหนึ่ง โดยทั่วๆ ไปในขณะที่เราอยู่ในครรภ์ของ มารดา จนกระทั่งถึงวันคลอดนั้น สภาพจิตที่อยู่ในครรภ์ ของมารดาเป็นสภาพจิตครึ่งหลับครึ่งตื่น และทน ทุกข์อยู่ในครรภ์เป็นเวลานาน ตอนที่คลอดก็ได้ สัมผัสกับสิ่งภายนอกที่ตื่นเต้นตกใจจึงเป็นเหตุให้ ลืมเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา

และอีกประการหนึ่ง บางทีก่อนที่จะมาเกิดเป็นคนในชาตินี้ในชาติก่อนเกิดในทุคติหรือสุคติเป็นเวลายาวนานจึงทําให้ ระลึกชาติไม่ได้เช่นเดียวกันในชาติปัจจุบันนี้เรามีสิทธิ์ที่จะระลึก ชาติในอดีตได้ทุกคน ถ้าหากว่าเราสามารถจัดระบบจิตตามหลักพุทธศาสนาจนถึงขั้นตาทิพย์ เห็นอนาคต ปัจจุบันและอดีต กับจัด ระบบจิตถึงขั้นบุพเพนิวาสานุสสติญาณคือการระลึกย้อน หลังจากชาติปัจจุบันถึงอดีตชาติกับการจัดระบบจิตถึงขั้นจุตูปปาตญาณคือล่วงรู้การเวียนว่ายตายเกิดใน อดีต ปัจจุบันและอนาคตว่ากระทํากรรมอันใดจึงเกิดใน สภาพเช่นนั้นๆ

The past is present, present is the future,if there isany religion That ope with the need Modern science That religion is probably a Buddhist religion. Professor Seksan Prasertkul has given an interview that he has faith in the subject of Bhutanese people, but because Thai people are interested in nationality or remembrance.

Many nations because we say We have this country that is not very good. Such sentences may be a satire.

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก Google

ติดตามรับชมได้ ที่นี่